Low Profile's Reef Aquarium

  แนะนำตัว

สวัสดีเพื่อนๆทุกคน สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ผมขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อชิงชัย ชื่อเล่นชิง ชื่อที่ใช้ในเวป low profile สืบเนื่องมาจากความไม่พร้อมของผมที่จะต้องไปหาตู้ TOTM สำหรับเดือนนี้ เลยขอเอาตู้ตัวเองมาลงแก้ขัดไปก่อน หวังว่าเพื่อนๆคงไม่ว่ากันนะครับ

จุดเริ่มต้นการเลี้ยง

ตู้ใบนี้เป็นตู้ใบแรกที่ทำให้ผมเริ่มหันมาจริงจังและศึกษากับงานอดิเรกนี้ อายุตู้ใบนี้ประมาณห้าปีกว่า บอกได้เลยว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงปลาทะเล คือความใส่ใจและเวลาที่ต้องมีให้กับมัน จริงอยู่ คุณสามารถจ้างร้านปลาที่มีประสบการณ์มาคอยดูแลระบบให้ โดยที่ตัวคุณเองไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ผมกล้าพูดได้เลยว่า ไม่มีใครดูแลตู้คุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเอง เสน่ห์อีกอย่างของงานอดิเรกนี้ คือ มันเป็นอะไรที่มากกว่างานอดิเรก บางทีมันแทบจะเอาเวลาที่คุณมีไปหมด หลายครั้งที่มันทำให้คุณท้อ อยากจะเลิกเลี้ยงทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้น แต่สุดท้ายตอนที่คุณสามารถแก้ปัญหาได้ ทุกอย่างในตู้ลงตัว คุณจะมีความรู้สึกภูมิใจและมีความสุขแบบที่ไม่สามารถหาได้จากงานอดิเรกอย่างอื่นได้เลย บางคนที่เลี้ยงแล้วเลิกไป แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาเลี้ยงใหม่แทบทุกคน
 


ขนาดตู้
  • ตู้หลัก: 830 liter Glass (60”L x 36”W x 24”H)
  • ตู้กรอง: 160 liter Glass (42”L x 30”W x 16” H)
ระบบไฟ

ไฟหลักของตู้คือ Metal Halide 250w14000k สามหลอด และผมเสริมด้วยโคม T5blue ผมเชื่อว่าปะการังจะโตได้ดีกับแสงที่ 14000k มากกว่าแสงที่ได้จากหลอด 20000k แต่ถ้าไม่เสริมด้วยหลอด T5 สีฟ้า สีมันจะดูออกเหลือง ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
  • Arcadia Series 3 Pendant 250w DE14000KBLV x 3
  • Arcadia Fluorescent 58w Marineblue x 3
  • T5 Blue 39w x 6
    • T5 Blue: 7.00am – 6.00pm
    • Marineblue: 6.00am – 8.00pm
    • MH: 8.00am – 5.00pm
    • Refugium: 24hrs

อุปกรณ์ในระบบ

  • Tunze WaveBox 6212
  • Main Pump: .......................
  • Skimmer : .............................
  • Chiller : ............................


สภาพน้ำ

    • Temperature: 25 C
    • Specific Gravity: 1.026
    • pH:8.3
    • Alkalinity: 10-12 dKH
    • Calcium: 450 ppm
    • Phosphate: -
    • Nitrate: -

การให้อาหาร

ผมให้อาหารปลาเพียงแค่วันละหนึ่งครั้ง คนส่วนใหญ่ชอบให้อาหารปลาเยอะๆ แต่นั่นคือสาเหตุหลักที่จะทำให้คุณภาพน้ำในตู้แย่ลง ซึ่งจะมีผลในระยะยาว ผมจะให้เป็นอาหารแห้งหลายๆชนิดสลักกันไป จะให้อาหารแช่แข็งแค่อาทิตย์ละสองครั้ง ส่วนไรทะเลผมไม่เคยให้ปลากินเลย เพราะคิดว่ามันไม่มีคุณค่าทางอาหารและค่อนข้างสกปรก

ระบบกรอง

ระบบกรองของผมก็คือน้ำที่ลงมาจากตู้บน จะผ่าน Skimmer และไหลไปที่เรฟูเจียมก่อนที่จะถูกปั๊มดูดกลับตู้บน ตู้นี้ผมไม่ได้ใช้ใยแก้ว , ไบโอบอล , ปะการังหัก หรือตัว remover อะไรทั้งสิ้น ในความเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่าหัวใจหลักที่จะช่วยกำจัดพวกของเสียคือสาหร่ายที่เราเลี้ยงไว้ในเรฟูเจียมและประสิทธิภาพของ Skimmer แต่ต้องหมั่นเอาถ้วย Skimmer ออกมาล้างอย่างน้อยทุกสองถึงสามวัน ไม่งั้นมันจะทำการกรองของเสียได้ไม่เต็มที่

  • กรองล่าง
  • เรฟูเจียม
  • ปั๊ม Sanso

แร่ธาตุและอาหารเสริม

  • C-balance
  • Granular Activated Carbon
  • Biodigest
  • Bioptim



ปะการัง

  • นิ้ว
  • เห็ด
  • กระดุม
  • ขาหมู
  • สตาร์โพลิป
  • ซีเนีย
  • เยลโล่โพลิป
  • ออร์แกนไปป
  • โกรฟ
  • แอนนมสาว

ปลา

  • บลูแทงค์
  • เพอเพิลแทงค์
  • เยลโล่แทงค์
  • แดมเซล
  • การ์ตูนแดง
  • มัลติคัลเลอร์
  • เฟลม
  • เฟลมฮอค
  • คาร์ดินัล
  • แก้วเลียวพาร์ด


  บทสรุป

สุดท้ายก็คงจะฝากถึงคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงหรือยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ว่า ตอนนี้คุณมีทั้งเวปไซท์และชมรมที่จะให้ความรู้และไขข้อสงสัยของคุณ ทุกคนใน Siamreefclub พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ และให้คำแนะนำกับคุณ

ถ้าถามว่าปลาทะเลเลี้ยงยากหรือเปล่า ก็คงต้องตอบว่ายาก แต่ยากในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเลี้ยงไม่ได้ แต่มันหมายถึงการที่คุณจะต้องศึกษาและเข้าใจกับมันก่อน ต้องมีความอดทน ไม่ใช่ว่าพอตั้งตู้เสร็จ ก็อยากจะใส่ทั้งปลาทั้งปะการังลงไปเยอะๆ ระบบมันก็รับไม่ไหว ก็ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่
ต้องถามตัวเองด้วยว่า มีเวลาให้กับมันแค่ไหน มีงบที่จะมาลงทุนกับตู้ได้เท่าไหร่
 


พูดคุยและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : Click to topic Tank of the month, July 2006

    • Tank Owner : Low_Profile
    • Photographer : Apinun, Camera : Nikon D70 + AF-S 18-70, Cannon EOS300D + 135 Macro